
เห็ดที่เรารู้จักนั้นส่วนใหญ่เป็นเห็ดที่ไม่มีพิษ โดยจากการประมาณการคาดว่ามีประมาณ 2% (Joseph Jankovic,2022) หรืออย่างมาก 5% (Fred F. Ferri, 2022) ที่เป็นเห็ดพิษ ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกาย จิตระบบประสาท ไปจนถึงทำให้เสียชีวิตได้ (เห็ดพิษบางชนิดอาจใช้ประโยชน์ในทางยาได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญ)
นิเวศเกษตรเผยแพร่เกี่ยวคุณประโยชน์ของเห็ดราไมคอร์ไรซ่าในทางนิเวศวิทยาและเกษตรกรรม ซึ่งส่วนมากเป็นเห็ดที่รับประทานได้ แต่ก็มีจำนวนหนึ่งเช่นกันที่เป็นเห็ดพิษ จึงขอนำข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขที่ได้เผยแพร่เห็ดพิษที่พบบ่อยๆในประเทศไทยมานำเสนออีกครั้งตามแผนภาพ
คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันผลกระทบจากเห็ดพิษมีดังนี้
1. ควรรับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจ หรือที่เพาะได้ทั่วไป อย่ารับประทานเห็ดที่สงสัย ไม่รู้จัก และไม่แน่ใจ เช่น เห็ดที่ขึ้นที่มูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์
2.ไม่ควรซื้อหาเห็ดป่าที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหารกิน
3. ขอให้จดจำลักษณะเห็ดพิษ ที่สังเกตง่าย ได้แก่ มีสีเข้มจัด เช่น แดง ส้ม ดำ หรือมีสีฉูดฉาด มีแผ่นหรือเกล็ดขรุขระบนหมวกเห็ด มีขนหรือหนามเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่น เห็ดพิษที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ เห็ดระโงกพิษ ซึ่งมีชื่อตามท้องถิ่นหลายชื่อคือเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดสะงาก และเห็ดไข่ตายซาก เห็ดชนิดนี้รูปร่างจะคล้ายกับเห็ดระโงกที่รับประทานได้ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนขึ้นเล็กน้อย มีกลิ่นเอียนและกลิ่นค่อนข้างแรง ช่วงที่เสี่ยงอันตรายที่สุดคือช่วงที่เห็ดยังดอกตูมหรือที่เรียกว่ากำลัง เป็นไข่ ซึ่งชาวบ้านนิยมบริโภคเนื่องจากรสชาติอร่อยกว่าเห็ดบาน เห็ดทั้ง 2 ชนิดขณะยังตูมนี้ ลักษณะจะเหมือนกันมาก จึงไม่ควรบริโภคและควรหลีกเลี่ยงการเก็บ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงที่จะไปเจอเห็ดพิษ มีอันตรายถึงชีวิต
4.ในพื้นที่ที่เคยมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตจากเห็ดพิษ ขอให้ประชาชนตระหนักว่ามีเห็ดพิษชนิดรุนแรงอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเห็ดสามารถเจริญเติบโตซ้ำได้ทุกปีในช่วงฤดูฝน
5.ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้ในการทดสอบแยกชนิดเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษหลาย วิธีเช่น การต้มกับข้าวสารหรือต้มกับช้อนเงิน แล้วเปลี่ยนสี ไม่สามารถนำมาใช้กับเห็ดพิษได้ โดยเฉพาะกลุ่มเห็ดระโงกพิษได้
6.การเก็บเห็ดที่มีรอยแมลงกัดกิน ไม่ได้แสดงว่าเห็ดนั้นปลอดภัย
7. หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดจากพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะสารเคมีกำจัดวัชพืช
ประชาสัมพันธ์ งานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลยางโยภาพ
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักโรคติดต่อทั่วไป โทร 0 2590 3183 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรคโทร. 1422

